น้ำมันพุ่งใกล้ $110 หลังซาอุฯ ปิดท่อส่ง East-West ซ้ำเติมวิกฤตอุปทานตะวันออกกลาง
Oil nears $110 as Saudi pipeline shutdown deepens supply fears
ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรงต่อเนื่องหลังซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนที่ทางการระบุว่ามาจากฝั่งอิรัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บและโครงสร้างเสียหายบางส่วน ราคา Brent ขยับขึ้น 4.83% ไปที่ $109.44 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI บวก 4.74% ที่ $104.79 ก่อนจะยังทรงตัวระดับสูงในวันถัดมา
ความสำคัญของท่อนี้อยู่ที่มันคือ "ทางหนีไฟ" ของตลาดน้ำมันโลก ท่อยาวราว 745 ไมล์พาดผ่านซาอุฯ จากแหล่งผลิตฝั่งอ่าวเปอร์เซียไปยังท่าส่งออกฝั่งทะเลแดง สร้างขึ้นในยุค 1980 เพื่อรับมือกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉพาะ ความจุสูงสุดราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 30-40% ของอุปทานดิบจากอ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์เตือนว่าถ้าไม่กลับมาเดินเครื่องเร็ว สต็อกสำหรับส่งออกของซาอุฯ อาจหมดภายในไม่กี่วัน
สถานการณ์ถูกซ้ำเติมจากอีกด้านหนึ่ง กลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังยึดเมืองท่าโมคาและเกาะเปริมในเยเมน ซึ่งคุมปากทางช่องแคบบับ อัล-มันดับ อันเป็นเส้นทางสำรองอีกเส้นของการส่งออกน้ำมันและน้ำมันสำเร็จรูปจากซาอุฯ พูดง่าย ๆ คือทั้งประตูหน้าและประตูหลังของภูมิภาคกำลังถูกปิดพร้อมกัน ขณะที่ฮูตีประกาศว่า "การเดินเรือปลอดภัยสำหรับทุกบริษัท ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบีย"
Ahmad Assiri จาก Pepperstone ระบุว่า "ปฏิกิริยาของตลาดชัดเจนและผลักราคาน้ำมันขึ้น" พร้อมเตือนว่าหากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ตลาดจะถูกบังคับให้ตีราคาน้ำมันดิบใหม่ในระดับที่สูงขึ้นอีกมาก มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคสองรายว่าการซ่อมท่ออาจใช้เวลา 3-5 สัปดาห์ ส่วนความขัดแย้งในภูมิภาคขณะนี้เข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว
ผลกระทบไม่ได้จบที่ปั๊มน้ำมัน ราคาพลังงานที่พุ่งเป็นตัวจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่ทั่วโลก กดดันให้ธนาคารกลางหลายแห่งรวมถึงเฟดและ RBA ต้องกลับมาคิดเรื่องขึ้นดอกเบี้ย และดันผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ The Nationalhttps://www.thenationalnews.com/business/energy/2026/09/14/oil-nears-108-after-saudi-arabia-shuts-pipeline-amid-attacks/