จากโปรเจกต์วิจัยใน MIT สู่ภาษา Julia ที่มีผู้ใช้ทะลุหนึ่งล้านคนทั่วโลก
How an MIT research project became a global programming language
MIT News เผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 ย้อนเล่าที่มาของภาษาโปรแกรม Julia ซึ่งเริ่มจากความหงุดหงิดของนักวิจัยที่ MIT ในปี 2009 ที่ต้องเลือกระหว่างภาษาที่เขียนง่ายแต่ช้า กับภาษาที่เร็วแต่เขียนยาก ทีมจึงตั้ง Julia Lab ขึ้นมาเพื่อสร้างภาษาที่ได้ทั้งสองอย่าง ก่อนจะประกาศต่อสาธารณะผ่านบล็อกโพสต์ในปี 2012
ปัจจุบัน Julia มีผู้ใช้มากกว่าหนึ่งล้านคนทั้งในภาควิชาการและอุตสาหกรรม จุดแข็งคือ just-in-time compilation ที่ให้ความเร็วใกล้เคียงภาษา C ขณะที่ยังเขียนง่ายแบบ Python ตัวอย่างที่บทความยกมาคือโปรแกรมหลบการชนของอากาศยานที่เขียนใหม่ด้วย Julia แล้วเร็วกว่าเวอร์ชัน Python ถึง 50 เท่า
ขอบเขตการใช้งานกว้างกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ โครงข่ายประสาทเทียม การพัฒนายา เครื่องยนต์เจ็ต ไปจนถึงการประมวลผลภาพหลุมดำ และตัว codec เสียงที่พัฒนาด้วย Julia ก็ถูกใช้งานโดยผู้ใช้ WhatsApp ราว 4 พันล้านคน
ฝั่งเชิงพาณิชย์ JuliaHub ก่อตั้งในปี 2015 และเพิ่งเปิดตัว Dyad 3.0 แพลตฟอร์ม AI ที่ออกแบบระบบซับซ้อนได้เอง โดย Viral Shah หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกล่าวว่า "คุณอัปโหลดข้อมูลและเอกสารออกแบบขึ้นไป แล้วระบบจะออกแบบเครื่องบินทั้งลำให้คุณ"
ทีมผู้ร่วมก่อตั้งประกอบด้วย Viral Shah, ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ของ MIT อย่าง Alan Edelman, Jeff Bezanson และ Stefan Karpinski ซึ่งยังคงผลักดันภาษานี้ในฐานะโครงการโอเพนซอร์สควบคู่ไปกับธุรกิจ
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ MIT Newshttps://news.mit.edu/2026/how-mit-research-project-became-global-programming-language-0831