Brent ปิดสัปดาห์บวกกว่า 7% ที่ 96 ดอลลาร์ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่จบ ดีเซลสหรัฐฯ ทำสถิติแพงสุด
Brent posts more than 7% weekly gain as US-Iran fighting continues

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงในสัปดาห์นี้จากการที่การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง Brent ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7.6% ในสัปดาห์เดียว ส่วน WTI ปิดที่ 82.44 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% เมื่อมองภาพทั้งปี Brent ปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 60% นับตั้งแต่ต้นปี
ต้นตอหลักคือความเสี่ยงด้านอุปทานที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นทางผ่านของน้ำมันและ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลก ในวันพฤหัสบดีมีเรือผ่านเพียง 4 ลำ เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 15 ลำ ความขัดแย้งเข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว โดยการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงพลเรือนอิหร่าน ขณะที���ฝ่ายอิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบและยิงขีปนาวุธใส่จอร์แดน คูเวต และบาห์เรน
แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกเมื่อรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลเตือนว่าอิสราเอลจะ "ทำให้เป็นอัมพาต" ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและด้านพลังงานของอิหร่านหากถูกโจมตี ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ตลาดยังไม่ได้คิดรวมไว้ในราคาเต็มที่
นักวิเคราะห์ทยอยปรับประมาณการขึ้น Citi ปรับคาดการณ์ Brent ไตรมาส 3 ขึ้นเป็น 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน ANZ ยกคาดการณ์ระยะสั้นขึ้นเป็น 95 ดอลลาร์ Ole Hansen จาก Saxo Bank สรุปภาพรวมว่า "พลังงานและสินค้าเกษตรยังได้ประโยชน์จากความขาดแคลนและการหยุดชะงักทางภูมิรัฐศาสตร์"
ผลกระทบที่ลงมาถึงผู้บริโภคชัดที่สุดคือดีเซล ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สต็อกในยุโรปยังต่ำกว่าระดับปกติตามฤดูกาล ซึ่งเป็นต้นทุนที่ส่งผ่านตรงไปยังภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และเกษตรกรรมทั่วโลก
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ The Nationalhttps://www.thenationalnews.com/business/2026/09/04/crude-heads-for-5-weekly-gain-after-us-iran-fighting-continues/