แพนจีโนมต้นแอชยุโรปฉบับแรกของโลก ปูทางเพาะพันธุ์ต้นไม้ต้านโรครุ่นใหม่
First-of-its-kind European ash pangenome could help breed new generation of disease-resistant trees

โรค ash dieback ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Hymenoscyphus fraxineus กำลังกวาดล้างต้นแอชยุโรปเป็นวงก��้าง สปอร์ของเชื้อราจะเกาะบนใบแล้วแทรกเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อไม้และท่อลำเลียงน้ำกับสารอาหาร ผลลัพธ์คือหลังจากต้นแอชต้องเผชิญเชื้อนี้มายาวนาน เหลือต้นที่ยังแข็งแรงอยู่เพียงราว 0.5% เท่านั้น และในอีกด้านหนึ่งยังมีภัยจากด้วง emerald ash borer รออยู่
สิ่งที่ทีมวิจัยจาก Royal Botanic Gardens, Kew ร่วมกับ Forest Research ทำคือการเลิกพึ่งจีโนมอ้างอิงจากต้นไม้ต้นเดียว แล้วประกอบแพนจีโนมขึ้นมาจากต้นแอช 50 ต้นที่มีต้นกำเนิดหลากหลาย ทั้งจากสวน Kew ในลอนดอน แปลงทดลองของ Forest Research ใกล้เมืองนอริช ที่ดินเอกชน และป่า Paradise Wood ในอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ เมื่อรวมลำดับพันธุกรรมส่วนที่ไม่ได้มีอยู่ในทุกต้นเข้าไปด้วย แพนจีโนมที่ได้มีขนาดใหญ่กว่าจีโนมคุณภาพสูงของต้นเดียวถึง 22%
หัวใจของงานนี้คือยีนกลุ่ม dispensable genes หรือยีนที่มีอยู่ในต้นไม้บางต้นแต่ไม่มีในต้นอื่น ทีมวิจัยพบยีนกลุ่มนี้มากกว่า 3,400 ยีน คิดเป็นเพียง 9% ของยีนทั้งหมด แต่เป็นส่วนที่จีโนมอ้างอิงแบบเดิมมองข้ามไปทั้งก้อน เมื่อนำแคตาล็อกฉบับสมบูรณ์นี้ไปวิเคราะห์กับชุดข้อมูลจีโนมจากต้นแอชกว่า 1,000 ต้น ทีมระบุยีนที่อาจเกี่ยวข้องกับความต้านทาน ash dieback ได้ 211 ยีน ซึ่ง 16 ยีนในจำนวนนั้นเป็นยีนกลุ่ม dispensable พอดี ตีพิมพ์ใน Nature Communications เมื่อ 17 กันยายน 2026
ดร. Daniel Wood ผู้ร่วมวิจัยระบุว่าทรัพยากรชุดนี้ "สามารถนำไปใช้ระบุลักษณะอื่นที่สนใจ เช่น ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม" ได้ด้วย เป้าหมายปลายทางคือทำนายว่าต้นไหนมีเกราะพันธุกรรมป้องกันโรค แล้วคัดต้นที่ดีที่สุดจากรหัสพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องรอดูว่าต้นไหนรอดจริงในแปลง ข้อควรระวังคือรายงานยังไม่ได้ยืนยันด้วยการทดลองว่ายีน 211 ตัวนั้นทำหน้าที่ต้านเชื้อราจริงแค่ไหน เป็นการเชื่อมโยงทางสถิติที่ต้องพิสูจน์ต่อ และกลุ่มตัวอย่างยังกระจุกอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ Phys.orghttps://phys.org/news/2026-09-european-ash-pangenome-generation-trees.html