เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 สวนแรงกดดันจากทรัมป์ ขณะเงินเฟ้อกลับมาเร่ง
Fed raises interest rates for first time since 2023, defying Trump as inflation mounts

ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในวันพุธที่ 16 กันยายน ไปอยู่ที่กรอบเป้าหมาย 3.75-4.00% เป็นการขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 และเป็นการพลิกทิศทางนโยบายอย่างชัดเจน มติครั้งนี้เป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการทั้งคณะ
เหตุผลอยู่ที่เงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัว ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.4% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของค่าจ้างที่ 3.1% ซึ่งหมายความว่ากำลังซื้อจริงของครัวเรือนถูกกัดกร่อน ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามกับอิหร่าน Kevin Warsh ประธานเฟด กล่าวว่า "ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนคือเงินเฟ้อสูงเกินไป และสูงเกินไปมานานเกินไปแล้ว" และยอมรับข้อจำกัดของนโยบายการเงินว่า "เราไม่สามารถไปจัดการราคาสินค้าตัวใดตัวหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรืออาหาร"
สัญญาณข้างหน้ายังเข้มงวด กรรมการ FOMC เกือบทั้งคณะ ยกเว้นสองคน คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี 2026 การตัดสินใจนี้สวนทางกับความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กดดันให้ลดดอกเบี้ยมาตลอด โดยเขาโพสต์เรียกร้องว่า "ลดดอกเบี้ยให้สหรัฐอเมริกา...และเร็ว ๆ" และก่อนหน้านี้ระบุว่าดอกเบี้ย "ควรอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่า"
ตลาดหุ้นรับข่าวในเชิงลบ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 630 จุด S&P 500 ลดลง 0.4% ขณะที่ Nasdaq Composite ทรงตัว สำหรับธุรกิจนอกสหรัฐ การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดหมายถึงต้นทุนเงินดอลลาร์ที่แพงขึ้นและแรงกดดันให้ธนาคารกลางอื่นต้องขยับตาม ซึ่งกำลังถูกถกเถียงอย่างหนักในออสเตรเลียก่อนการประชุม RBA วันที่ 29 กันยายน
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ NBC Newshttps://www.nbcnews.com/business/economy/fed-raises-rates-defying-trump-rcna598148