ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม น้ำท่วมฉับพลันเนปาล–ทิเบต เสียชีวิตหลายร้อย สูญหายนับพัน
Nepal-Tibet floods: What happened, what caused them and who is missing?
เช้าวันที่ 27 สิงหาคม 2026 เวลาราว 08.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (บางรายงานระบุเหตุเริ่มวันที่ 26) ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่บริเวณความสูง 5,200 เมตรในเทือกเขาหิมาลัยพังถล่มลงมาเป็นระยะดิ่งราว 1,200 เมตร เกิดเป็นหิมะ-หินถล่มลงสู่แม่น้ำ Lhende ฝั่งทิเบต เศษซากไปปิดกั้นลำน้ำชั่วคราวก่อนจะพังทลาย ปล่อยมวลน้ำมหาศาลลงมา
เดิมเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ที่กระตุ้นเหตุ แต่ USGS สรุปภายหลังว่าสัญญาณแผ่นดินไหวเกิดจากตัวดินถล่มเอง โดยแรงสั่นสะเทือนวัดได้เทียบเท่าขนาด 5.2 น้ำในแม่น้ำ Trishuli สูงขึ้นราว 30 ฟุตภายใน 30 นาที กวาดชุมชนในเขต Rasuwa, Nuwakot และ Dhading ของเนปาล และไหลต่อไปถึงรัฐพิหารของอินเดียผ่านระบบแม่น้ำ Gandak
ตัวเลข ณ รายงานฉบับนี้คือเสียชีวิตยืนยันแล้วกว่า 390 ราย และสูญหายกว่า 1,500 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 668 คนจาก 34 ประเทศ แยกตามสัญชาติเช่น อินเดีย 177, สหรัฐ 90, ออสเตรเลีย 34, สหราชอาณาจักร 33, แคนาดา 25 ต่อมาทางการเนปาลปรับยอดผู้เสียชีวิตขึ้นเกิน 670 ราย และรวมผู้สูญหายทั้งสองฝั่งมากกว่า 2,400 คน ความเสียหายประเมินราว 200,000 ล้านรูปีเนปาล (ราว 1.3 พันล้านดอลลาร์) สะพานเสียหาย 41 แห่ง ถนนพัง 42 กิโลเมตร และโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลัก 6 แห่งหยุดเดินเครื่อง หายไปจากระบบราว 431 เมกะวัตต์
การช่วยเหลือระหว่างประเทศหลั่งไหลเข้า — UN จัดสรรฉุกเฉิน 2 ล้านดอลลาร์, ออสเตรเลียประกาศช่วย 3.6 ล้านดอลลาร์ (ภายหลังรายงานเป็น 5 ล้าน), สหรัฐ 500,000 ดอลลาร์พร้อมส่งที่ปรึกษาภัยพิบัติ, อินเดียส่งเครื่องบินและเสบียง เนปาลระดมกำลังค้นหากว่า 5,000–18,700 นาย ขณะที่ทางการยังเฝ้าระวังทะเลสาบที่เกิดใหม่จากเศษซากซึ่งเริ่มล้นและอาจทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำ
ด้านภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าภูมิภาคฮินดูกูช-หิมาลัยสูญเสียน้ำแข็งเร็วขึ้น 65% ในช่วงปี 2011–2020 เทียบกับทศวรรษก่อนหน้า และธารน้ำแข็งของเนปาลหายไปราวหนึ่งในสามของปริมาตรใน 30 ปี ภาพถ่ายดาวเทียมยังพบสภาพอากาศอุ่นผิดปกติรอบธารน้ำแข็งก่อนเกิดเหตุ
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ Al Jazeerahttps://www.aljazeera.com/news/2026/8/27/nepal-tibet-floods-what-happened-what-caused-them-and-who-is-missing