อิหร่านโต้กลับถล่มฐานทัพสหรัฐในบาห์เรน-จอร์แดน-อิรัก หลังสหรัฐโจมตีดับ 11 ราย
Iran claims attacks on Bahrain, Jordan, Iraq after US strikes kill 11

กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารทางตอนใต้ของอิหร่านรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2026 โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ เรือรบ ขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดทางทะเล และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร จุดที่ถูกโจมตีครอบคลุมเมือง Sirik, Konarak, Bandar Abbas, Jask, Asaluyeh, Ahvaz และเกาะ Qeshm
รายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย ในจำนวนนี้ 5 รายเสียชีวิตจากการโจมตีบ้านหลังหนึ่งใน Kuhestak ที่กำลังมีงานแต่งงาน รวมถึงเด็กหนึ่งคน และมีผู้บาดเจ็บอีก 63 ราย ส่วนอีก 7 รายเสียชีวิตจากการโจมตีสามจุดในจังหวัด Khuzestan
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ตอบโต้ด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรน โดยระบุเป้าหมายว่าเป็นค่าย Camp Titin ของนาวิกโยธินสหรัฐในจอร์แดน ฐานทัพอากาศ Prince Hassan ในจอร์แดน ฐานทั��อากาศ Sheikh Isa ในบาห์เรน และที่ตั้งของสหรัฐใน Erbil ทางตอนเหนือของอิรัก จอร์แดนระบุว่าสกัดขีปนาวุธได้ 10 จาก 13 ลูก และทั้งจอร์แดนกับบาห์เรนยืนยันว่าไม่มีความเสียหายต่อฐานทัพ
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง อิหร่านยืนยันว่ายังควบคุมพื้นที่ได้และมีรายงานการโจมตีเรือสินค้ารายวัน ขณะที่สหรัฐยืนยันว่ายังบริหารการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบได้ ผลคือราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 4% และราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จากที่เคยต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ก่อนสงคราม
ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันราวหนึ่งในห้าของอุปทานโลกก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ความไม่แน่นอนตรงนี้จึงเป็นตัวแปรใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และเงินเฟ้อทั่วโลกในไตรมาสนี้
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ Al Jazeerahttps://www.aljazeera.com/news/2026/9/1/us-military-says-launching-new-attacks-on-iran