น้ำมันดิบร่วงลงมาที่ 100 ดอลลาร์ ตลาดหวังการทูตสหรัฐฯ–อิหร่านที่ UN และการส่งออกของซาอุฯ ที่ฟื้นบางส่วน
Oil price dips to $100 on hopes of US-Iran diplomacy, partial recovery in Saudi exports
ราคาน้ำมันดิบลดลงแรงในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 21 กันยายนตามเวลาสหรัฐฯ Reuters รายงานว่า Brent สัญญาเดือนพฤศจิกายนปิดที่ 100.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.53 ดอลลาร์หรือ 3.4% ส่วน WTI สัญญาเดือนตุลาคมที่กำลังหมดอายุลดลง 4.52 ดอลลาร์หรือ 4.51% มาอยู่ที่ 95.78 ดอลลาร์ ราคาอ้างอิงทั้งสองตัวลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 วัน
แรงขายหลักมาจากความหวังทางการทูต หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าพร้อมพบประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่ UN ที่นิวยอร์กสัปดาห์นี้ Bob Yawger จาก Mizuho กล่าวว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อน เรื่องนี้ยังดูเป็นแนวคิดที่ห่างไกลมาก นี่คือการขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
ด้านอุปทาน การส่งออกของซาอุดีอาระเบียฟื้นขึ้นบางส่วน แม้ฮูตีจะอ้างว่าโจมตีริยาดและโรงงานของ Aramco ที่ยานบูก็ตาม หลังท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก–ตะวันตกถูกโจมตี Aramco หันไปส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ข้อมูลดาวเทียมชี้ว่าน้ำมันซาอุฯ ที่ผ่านช่องแคบเฉลี่ย 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในหกวันล่าสุด เทียบกับเพียง 700,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม และเมื่อวันอาทิตย์ Aramco บรรทุกน้ำมันราว 14 ล้านบาร์เรลลงเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 7 ลำในอ่าวเปอร์เซีย
แม้ราคาจะย่อลง แต่ยังอยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ ทิศทางต่อจากนี้ขึ้นกับว่าการพบกันที่ UN จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และฮูตีจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุฯ อีกหรือไม่ ถ้าราคาทรงตัวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ได้ แรงกดดันต่อราคาดีเซลนำเข้าของออสเตรเลียก็จะเบาลง
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ Reuters (via Yahoo Finance)https://finance.yahoo.com/energy/articles/oil-rises-houthi-attack-saudi-221210416.html