Homebrew 7.0.0 ออกแล้ว ลด Intel Mac เป็น Tier 3 เพิ่มคำสั่ง brew vulns และมี GUI ทางการ
Homebrew 7.0.0
Homebrew ปล่อยเวอร์ชัน 7.0.0 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ที่มีทั้งฟีเจอร์ใหม่และ breaking change ที่นักพัฒนาสาย macOS ต้องอ่านก่อนอัปเดต
เรื่องที่กระทบมากที่สุดคือเรื่องแพลตฟอร์ม macOS 10.15 Catalina และเก่ากว่าไม่ถูกสนับสนุนอีกต่อไป ต้องอัปเกรดเป็น macOS 11 Big Sur ขึ้นไป ที่สำคัญกว่านั้นคือ Intel Mac ถูกลดระดับเหลือ Tier 3 แปลว่าจะไม่มีการ build bottle ใหม่อีกแล้ว bottle เดิมยังใช้ได้ แต่ formula ที่อัปเดตอาจต้องคอมไพล์จากซอร์สเอง และการสนับสนุนการรันบน Intel Mac จะสิ้นสุดวันที่ 1 กันยายน 2027 ขณะที่ macOS Sonoma 14 ก็ถูกลดเป็น Tier 3 เช่นกัน ส่วน macOS Golden Gate 27 บน Apple Silicon ได้สถานะ Tier 1 เต็มรูปแบบพร้อม bottle สำเร็จรูป
ฝั่ง breaking change อื่น ๆ ได้แก่ การถอด container image ของ Ubuntu 22.04 ออก (ให้ย้ายไปใช้ ghcr.io/homebrew/brew), การลบ branch @master ของ GitHub Actions ทำให้ workflow ต้อง pin เป็น CalVer release หรือ commit SHA เต็ม, การปฏิเสธการติดตั้งผ่าน setuid wrapper และการประกาศเลิกใช้ install hook แบบเดิม ทั้ง post_install ของ formula และ flight block ของ cask ซึ่งจะถูกลบจริงในวันที่ 11 ธันวาคม 2027 ต้องย้ายไปใช้ *_steps แทน
ด้านฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ ตัวติดตั้งทำงานขนานกันมากขึ้นทั้งขั้นดาวน์โหลด เตรียมการ และติดตั้ง ลดจำนวน subprocess ตอนเริ่มทำงาน มีคำสั่ง brew vulns ในตัวสำหรับตรวจช่องโหว่ที่รู้จักผ่านฐานข้อมูล OSV.dev พร้อมฐานข้อมูล advisory ที่ผูกช่องโหว่กับเวอร์ชันของ formula โดยตรง ระบบ sandbox เข้มขึ้นทั้งการจำกัดการเปิดแอป Mach services และ Unix socket ส่วนบน Linux เปลี่ยนจาก bubblewrap ไปใช้ Landlock ซึ่งไม่ต้องติดตั้ง dependency เพิ่ม
เครื่องมือประจำวันก็ได้ของใหม่ brew install --dry-run ดูตัวอย่างได้ทั้ง formula และ cask, brew services อ่านค่า environment override จากไฟล์คอนฟิกได้, brew doctor --json ให้ผลลัพธ์แบบมีโครงสร้างสำหรับงานอัตโนมัติ และ BrewUI ถูกปล่อยเป็น GUI ทางการของ macOS ติดตั้งด้วย brew install homebrew-app บน macOS Tahoe 26 ขึ้นไป