น้ำมันพุ่งแรงสุดรอบสัปดาห์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ดีเซลสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 5.85 ดอลลาร์/แกลลอน
Oil heads for weekly gain as US-Iran fighting resumes; diesel hits record high
ราคาน้ำมันดิบปิดสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2026 ด้วยการพุ่งขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม Brent crude ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.8% ในวันศุกร์ และบวก 7.6% ตลอดสัปดาห์ ขณะที่ West Texas Intermediate ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.20% ในวัน และบวกเกือบ 10% ตลอดสัปดาห์
แรงขับหลักมาจากการปะทะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมารุนแรงอีกครั้งหลังสงบไปราวหนึ่งเดือน การโจมตีของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงพลเรือนอิหร่าน นับเป็นการปะทะที่ดุเดือดที่สุดระหว่างสองประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ในเดือนที่เจ็ดของความขัดแย้ง ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอเมริกันในภูมิภาคและเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดคือปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในวันพฤหัสบดีมีเรือสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านเพียง 4 ลำ เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันที่ราว 15 ลำ สะท้อนว่าการไหลของน้ำมันผ่านจุดคอขวดที่สำคัญที่สุดของโลกกำลังถูกบีบอย่างหนัก
ผลกระทบที่กระทบถึงต้นทุนภาคเกษตรและโลจิสติกส์โดยตรงคือราคาดีเซล ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน โดยได้แรงหนุนจากทั้งความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านและการโจมตีโรงกลั่นรัสเซียของยูเครน Claudio Galimberti จาก Rystad Energy ชี้ว่า "ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจได้รับผลจากดีเซล... อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสะท้อนความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นต่อ"
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิเคราะห์ทุกคนที่เชื่อว่าการขึ้นรอบนี้จะยั่งยืน Norbert Rucker จาก Julius Baer มองว่า "การพุ่งขึ้นของน้ำมันตอนนี้ดูจะขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความกลัวเป็นหลัก" ซึ่งหมายความว่าถ้าความตึงเครียดคลี่คลาย ราคาก็อาจย่อลงได้เร็วเช่นกัน
แหล่งอ้างอิง
อ่านต้นฉบับที่ Reuters (via Yahoo Finance)https://finance.yahoo.com/energy/articles/oil-set-steepest-weekly-gain-043839818.html